สามเหลี่ยมยุทธศาสตร์ สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้: การเกิดขึ้นของความเสี่ยงและความคาดหวังเพื่อความร่วมมือ

การพัฒนากว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมาได้สร้างความท้าทายแก่ความร่วมมือแบบไตรภาคีให้ทวีความยุ่งยากมากขึ้นสำหรับทั้งสามประเทศ และวอชิงตันควรริเริ่มครั้งใหญ่เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์สามฝ่าย
เอเชียตะวันออกอันได้แก่จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ได้กลายเป็นกลุ่มประเทศที่มีการเพิ่มขึ้นของ GDP ในภาพรวมทั้ง 3 ประเทศว่า 130 เท่าในเวลาเพียงครึ่งศตวรรษ ส่วนในด้านการทหารทั้งสามประเทศมีทหารประจำการมากกว่า 3 ล้านนาย(ไม่รวมกองกำลังของสหรัฐฯ ที่มีกำลังสำรองอีกมากกว่า 11 ล้านนาย) นอกจากนี้ภูมิภาคนี้ยังมีพลังงานนิวเคลียร์ที่มีศักยภาพซึ่งอยู่นอกเหนือการกำกับของสหรัฐฯ ได้แก่ จีน เกาหลีเหนือ รัสเซีย รวมถึงประเทศที่มีการพัฒนาทางพลังงานนิวเคลียร์อย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ และยังมีบางประเทศที่พยายามขยายอำนาจและมีการครอบครองและพัฒนาขีปนาวุธ
ตั้งแต่ก่อนทศวรรษ 1950s สหรัฐฯได้พัฒนาความร่วมมือทวิภาคีกับประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความมั่นคงอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเกาหลีใต้ต้องเผชิญภัยคุกคามกับเกาหลีเหนือ ขณะที่สหรัฐฯมีหน้าที่ทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในญี่ปุ่น โดยตั้งแต่ 1970s ญี่ปุ่นได้เป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯในการปฏิบัติการด้านความมั่นคงและการส่งทหารเข้าช่วยภัยพิบัติในพื้นที่เอเชียตะวันออกซึ่งได้แสดงบทบาทสำคัญทางด้านความมั่นคงในระดับโลก
เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือถือไดเว่าเป็นพื้นที่ที่มีข้อความขัดแย้งซึ่งสหรัฐฯได้เข้ามามีความเกี่ยวช้องทั้งกรณีเกาหลีเหนือ-ใต้อันทำให้เกาหลีใต้และญี่ปุ่นสามารถร่วมมือเพื่อเผชิญภัยคุกคามร่วมกันได้
สิ่งท้าทายประการแรกในภูมิภาคนี้คือ การเติบโตอย่างรวดเร็วของจีนอันมีบทบาทสำคัญกับการเติบโตของประเทศเกาหลีเพิ่มขึ้นแม้จะไม่มีความสัมพันธ์ทางการฑูตอย่างเป็นทางการ แต่ปัจจุบันจีนก็เป็นคู่ค้าที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ โดยคิดเป็น 25% ขณะที่สหรัฐมีสัดส่วนของการส่งออกสินค้ามายังเกาหลีเพียง 10% นอกจากนี้จีนยังมีความสัมพันธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจกับเกาหลีเหนือ พร้อมๆกับที่จีนมีการเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเมือง เศรษฐกิจ การทหาร รวมถึงมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากในกิจการของเกาหลีทั้งเหนือและใต้อันกำลังมีอิทธิพลสำคัญต่อความสัมพันธ์สามฝ่ายระหว่างสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้
ประการที่สอง การเปลี่ยนบแปลงของเกาหลีเหนือมีบทบาทสำคัญต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงสามฝ่าย แม้เกาหลีเหนือจะมีการเติบโตน้อย และมีเศรษฐกิจที่อ่อนแอ แต่สำหรับเทคโนโลยีทางทหารแล้วถือว่ามีความซับซ้อนมาก ทั้งยังมีการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ จึงเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อญี่ปุ่น และท้าทายอนาคตของเกาหลีใต้
ความท้าทายประการที่สามคือการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ซึ่งเริ่มเห็นได้อย่างชัดเจนในปี 2013 เนื่องจากทั้งสองประเทศมีการแข่งขันกันโดยตรงในหลายกลุ่มธุรกิจ เช่น ยานยนต์และอิเลคทรอนิกส์ โดยเฉพาะนโยบายอาเบะโนมิกส์ที่ทำให้ค่าเงินของเกาหลีสูงขึ้นกระทั่งสูญเสีความสามารถในการแข่งขัน
การริเริ่มที่สำคัญสามประการที่ควรจะเกิดขึ้น คือ หนึ่ง สหรัฐฯควรกระตุ้นการขยายความเกี่ยวข้องกับทั้งสองประเทศในหลายมิติทั้งความมั่นคงโดยเฉพาะทางทเลรวมถึงการป้องกันทางอากาศเพื่อสร้างความมั่นใจและความร่วมมือจากทั้งสองประเทศ สอง ญี่ปุ่นและเกาหลีความขยายความช่วยเหลือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไปซึ่งการให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาควรขยายให้ครอบคลุมไปถึงการพัฒนาสาธารณูปโภคที่เป็นประโยชน์กับภาคธุรกิจ สาม การเจรจาเพื่อการป้องกันแบบไตรภาคีควรถูกริเร่ิมขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือและความมั่นคงทางทะเล
-------------------
Writer: Kent Calder
This news was published on December 24, 2013.
