เกาหลีใต้ห้ามนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่นเนื่องจากการรั่วไหลของกัมมันตภาพรังสีในแหล่งน้ำโดยประกาศก่อนวันลงคะแนนเลือกเจ้าภาพโอลิมปิกเพียง 1 วัน
รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ว่าห้ามนำเข้าสินค้าซึ่งเป็นอาหารทะเลจาก 8 จังหวัดของญี่ปุ่น ซึ่งได้แก่ จังหวัดฟูกูชิมะ อิบารากิ กุนมะ มิยาหงิ อิวาเตะ โทชิกิ และอะโอโมริ เนื่องจากมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการรั่วไหลของสารกัมมันตภาพรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะหมายเลข 1 ซึ่งการประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนการลงคะแนนครั้งสำคัญเพื่อเลือกเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูร้อนในปี 2020
เจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครโตเกียวกล่าวว่า การเผยแพร่ข่าวสารในเชิงลบดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการพิจารณาลงคะแนนเสียงในวันที่ 7 กันยายนโดยคณะกรรมการโอลิมปิกสากลที่กรุงบรูโนสไอเรส และนี่ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่แย่มากและกังวลว่าความสนใจอย่างมากจากสื่อต่างประเทศจะส่งผลกระทบต่อการพิจารณาดังกล่าว
หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรี โยชิฮิดะ ซูกะ กล่าวในการประชุมในวันที่ 6 กันยายนว่า น้ำที่ปนเปื้อนจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หมายเลข 1 ซึ่งรั่วไหลลงทะเล ยังอยู่ในอาณาบริเวณของอ่าวและระดับของรังสียังคงอยู่ในระดับที่ต่ำมาก และกล่าวถึงโซลว่าควรตอบโต้บนพื้นฐานของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
รัฐบาลของเกาหลีใต้กล่าวว่า อุตสาหกรรมการประมงในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบถูกตั้งคำถามว่า การเผยแพร่การประกาศห้ามนำเข้าสินค้าซึ่งเป็นอาหารทะเลโดยเกาหลีใต้นั้น จะส่งผลกระทบกับความเป็นเพื่อนบ้านระหว่างกันได้อย่างไร
รัฐบาลเกาหลีใต้กล่าวในวันที่ 6 ว่า จะขยายการห้ามนำเข้าสินค้าซึ่งเป็นอาหารทะเลจากเดิมที่ระบุเพียง 50 ชนิดเป็นห้ามนำเข้าทั้งหมดจากทั้ง 8 จังหวัด โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2013 ทั้งนี้ในปี 2012 เกาหลีใต้นำเข้าอาหารทะเลประมาณ 40,000 ตันจากญี่ปุ่น โดยนำเข้าจาก 8 จังหวัดประมาณ 5,000 ตัน
ทั้งนี้ อาหารทะเลที่นำเข้าจากจังหวัดอื่นๆ รัฐบาลเกาหลีใต้ให้ต้องแสดงในรับรองการตรวจสารกัมมันตภาพรังสีเพิ่มเติมด้วย โดยรัฐบาลอ้างว่า เหตุผลที่เพิ่มความวิตกกังวลของชาวเกาหลีใต้เป็นผลมาจากการรั่วไหลของน้ำที่ปนเปื้นสารกัมมันตภาพรังสีได้ไหลลงทะเล ประกอบกับรัฐบาลญี่ปุ่นเองกลับให้คำอธิบายที่ไม่เพียงพอต่อการคาดการณ์การปรับปรุงในอนาคต
อย่างไรก็ตามภายหลังอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมะ (เมื่อ มีนาคม 2011) มีหลายประเทศที่มีความเข้มงวดในการนำเข้าสินค้าซึ่งเป็นอาหารทะเลจากญี่ปุ่น เช่น เกาหลีใต้ จีน รัสเซีย สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ขณะที่หลายประเทศประกาศห้ามนำเข้าในทันทีที่เกิดเหตุการณ์ เช่น นิวซีแลนด์ ส่วนแคนาดาและมาเลเซียยกระดับการห้ามการนำเข้าในช่วง มิถุนายน 2011 และ มีนาคม 2013 สหรัฐฯ ยกระดับการห้ามนำเข้าบนเงื่อนไขเมื่อมีอาหารทะเลนำเข้าที่ต้องสงสัย ส่วนสหภาพยุโรปลดข้อห้ามลงในเดือนตุลาคม 2012 โดยลดจำนวนจังหวัดที่ห้ามนำเข้าลง
ในทางกลับกัน จีน ร้องขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นยอมติดใบรับรองและระบุสถานที่ผลิตของอาหารทะเล เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ที่เพิ่มข้อห้ามเกี่ยวกับการนำเข้าอาหารทะเลมากยิ่งขึ้น
นายกเทศมานตรีของจังหวัดมิยาหงิ นายชิเนสึ คิกุชิ กล่าวว่า นี่เป็นผลจากการที่รัฐบาลมีมาตรการเพื่อป้องกันการรั่วไหลของน้ำที่ปนเปื้อนล่าช้า และหวังว่ารัฐบาลจะพยายามที่จะช่วยเหลือชาวประมง และหวังว่าการกระกาศห้ามจากเกาหลีใต้นี้จะไม่นำไปสู่การรณรงค์ไม่บริโภคสินค้าอาหารทะเลของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นด้วย ทั้งยังแสดงความกังวลต่อข่าวลือที่กำลังแพร่สะพัดในขณะที่ไม่สามารถส่งออกสินค้าไปยังเกาหลีใต้ได้
ขณะที่นายกสมาคมชาวประมง จังหวัดฟูกุชิมะชี้ว่า เบื้องหลังของการเคลื่อนไหวของเกาหลีใต้นี้เป็นปฏิบัติการทางการเมืองมากกว่าที่จะเป็นทางการประมง และคาดว่าการมีประวัติศาสตร์ร่วมกันของทั้งสองประเทศเป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังการห้ามนำเข้าดังกล่าว
-------------------
Writers: Seiko Sadakuni in Tokyo and Akihiko Kaise in Seoul contributed to this article.
This news was published on September 06, 2013.
Source: http://ajw.asahi.com/article/asia/korean_peninsula/AJ201309060089
