นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของญี่ปุ่นชี้อาเบะมาถูกทางแล้วส่วนธนาคารกลางอยู่บนความเสี่ยง
ริชาร์ด คู หัวหน้าสถาบันวิจัยโนมูระกล่าวว่า อาเบะและนโยบายอาเบะโนมิกส์ท้ายที่สุดแล้วได้เน้นไปที่ประเด็นปัญหาพื้นฐายของเศรษฐกิจญี่ปุ่น คือกระตุ้นให้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจก่อหนี้
และนี่เป็นรัฐบาลแรกในรอบ 20 ปี ที่พยายามกระตุ้นสถานการณ์ที่ตกต่ำดังกล่าว บาดแผลที่ทำให้บริษัทญี่ปุ่นหนีห่างออกจากการกู้ยืมซึ่งสิ่งที่จะเอาชนะได้ก็คือมาตรการต่างๆ เช่น การยกเว้นภาษีสำหรับการลงทุนของบริษัทซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการของอาเบะ อีกหนทางหนึ่งที่รัฐบาลอาเบะกำลังทำได้แก่ การกระตุ้นความต้องการของภาคเอกชน
อย่างไรก็ตามนายคูไม่เห็นด้วยกับแผนการของรัฐบาลที่ต้องการลดอัตราภาษีนิติบุคคลและภาษีอื่นๆ ซึ่งเป็นมาตรการที่เอื้อต่อบริษัทที่นอกเหนือจากการลงทุน และเห็นว่าต้องไม่รวมถึงการมีมาตรการช่วยเหลือสำหรับบริษัทที่จ่ายค่าตอบแทนแก่พนักงานสูงขึ้น เช่นการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ แม้จะอ้างว่าเป็นการช่วยให้เกิดการใช้จ่ายมากขึ้นก็ตาม แต่นายคูเห็นว่าการขึ้นเงินเดือนจะตามมาเองเมื่อภาวะเศรษฐกิจดีขึ้น
ส่วนกรณีของธนาคารกลางนายคูยังคงมีข้อสงสัย กล่าวคือ มาตรการการเงินแบบผ่อนคลายแม้จะทำให้การซื้อขายในตลาดหุ้นเพิ่มสูงขึ้นกว่า 80% และทำให้เงินเยนอ่อ่นค่าลง 20% แต่ผลการมาตรการดังกล่าวการลงทุนในตลาดหุ้นส่วนใหญ่แล้วเป็นนักลงทุนต่างชาติไม่ใช่นักลงทุนชาวญี่ปุ่น จึงสะท้อนว่าการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรฐกิจโดยธนาคารกลางจะไม่มีประโยชน์เลยหากไม่สามารถกระตุ้นให้ประชาชนออกมาใช้จ่าย กู้ยืม หรือลงทุน และนายคูมองว่าผู้ที่ถือพันธบัตรของรัฐบาลอันได้แก่ธนาคารกลางจะสามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% โดยที่ไม่แบกรับภาระพันธบัตรมากเกินไป หากไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งยังสร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงกับดุลทางการคลังก่อนที่เศรษฐกิจที่แท้จริงจะฟื้นตัว
และหวังว่ารัฐบาลจะประสบความสำเร็จเพียงแต่ว่าต้องเร่งให้ไวขึ้นอีกนิดเท่านั้น
----------------------
Writer: Eleanor Warnock
This news was published on: December 5, 2013.
