NEWS ニュース

ญี่ปุ่น: ผู้ให้กู้ขนาดใหญ่

1,876 views

สำหรับธนาคารญี่ปุ่นมันเป็นการกลับไปสู่อนาคต  ผู้ให้กู้ที่ถือเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดของการกู้ยืมข้ามพรมแดนตั้งแต่ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ตามรายงานจาก Bank for International Settlements: BIS พบว่า ผู้ให้กู้ยืมจากญี่ปุ่นได้แทนที่ธนาคารสัญชาติเยอรมันที่เคยเป็นผู้ให้กู้รายใหญ่ที่สุดในปี 2011 และส่วนแบ่งการตลาดยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในปลายเดือนมีนาคม 2013  ธนาคารของญี่ปุ่นมีส่วนแบ่งของการปล่อยกู้ข้ามพรมแดนเพิ่มขึ้นเป็น 13% จาก 8% ในปี 2007 นำหน้าสหรัฐฯ ซึ่งมีสัดส่วน 12% และ เยอรมัน 11 %

นี่ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการกลับมาของธนาคารญี่ปุ่นในตำแหน่งที่เคยครองตลาดการเงินอันดับสองในช่วงครึ่งหลังของ 1980s 

อย่างไรก็ตามการกลับคืนมาในส้งเวียนนี้เป็นไปอย่างล่าช้าสำหรับธนาคารของญี่ปุ่นที่เคยมีส่วนแบ่งการตลาดถึง 39% ในปี 1989 ซึ่งถือว่าสูงมากในช่วงเวลาเพียงสิบปีภายหลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ 

ภายหลังการปะทะกับคลื่นระเบียบการเงินใหม่ ผู้ให้กู้ได้ถอนตัวจากตลาดการเงินต่างประเทศและกระทั่งประสบกับส่วนแบ่งทางการตลาดที่ตำ่มากในปี 2007 

ทั้งนี้ BIS ชี้ว่า การฟื้นคืนกลับสภาพของการให้กู้ยืมข้ามเขตแดนของญี่ปุ่นเกิดขึ้นเนื่องจากการปล่อยกู้ให้แก่ประเทศในแถบแคริเบียนและประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเซียและลาตินอเมริกา

ผลก็คือธนาคารของญี่ปุ่นอ้างว่ามีผู้กู้ยืมในแถบแคริเบียนและลาตินอเมริการเพิ่มขึ้นเกือบ 20% ในปลายเดือนมีนาคม 2013 โดยเพิ่มจากประมาณ 15% ในปี 2009 และในทางกลับกันส่วนแบ่งดังกล่าวเกิดขึ้นในภาคเศรษฐกิจที่ร่วงจาก 74% ในปลายปี 2009 สู่ 68% ในปัจจุบัน 

โดยปัจจัยบวกสำคัญคือ ครึ่งหนึ่งของเงินทุนที่ถูกใช้สำหรับการกู้ยืมในต่างประเทศของญี่ปุ่นนั้นมาจากแหล่งเงินทุนในตลาดต่างประเทศ อีกทั้งยังสามารถดึงจากเงินฝากในประเทศ จึงเสมือนเป็นกันชนที่ดีในสถานการณ์ที่เผชิญกับภาวะวิกฤติการเงินในระดับโลก

สถาบันการเงินในญี่ปุ่นจึงกลายเป็นผู้ได้รับประโยชน์ของนโยบายการเงินการคลังแบบยืดหยุ่นของรัฐบาล หรือนโยบายอาเบะโนมิกส์ ที่ช่วยกระตุ้นราคาในตลาดหุ้น

ธนาคารขนาดใหญ่สามอันดับของประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ Mitsubishi UFJ Financial Group Inc., Mizuho Financial Group Inc. and Sumitomo Mitsui Financial Group Inc. ทั้งหมดนี้ได้รับรายงานว่ามีกำไรเพิ่มสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดเมื่อคำนวนถึงเดือนมิถุนายน และในช่วงเวลาเพียงสามเดือน

อย่างไรก็ตามยังคงมีความต้องการเครดิตภายในประเทศอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งกำลังส่งผลต่อการเติบโตของอสังหาริมทรัพย์

ภายในปีนี้ กลุ่ม MUFG เห็นชอบที่จะเข้าถือหุ้นส่วนใหญ่ของธนาคารที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของไทย คือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำกัด (มหาชน), ขณะที่ SMFG กำลังเจรจาเพื่อจ่ายเงินประมาณ 1,5000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อถือหุ้นจำนวน 40% ร่วมกับผู้กู้ชาวอินโดนีเชีย ในธนาคาร PT Bank Tabungan Pensiunan Nasional

-------------------------

Writer: Enda Curran

This news as published on September 16, 2013.

Source: http://blogs.wsj.com/moneybeat/2013/09/16/japans-big-lenders/

Login