ญี่ปุ่นต้องการอำนาจมากขึ้นเพื่อใช้ในการป้องกันภัยคุกคามจากจีนและเกาหลีเหนือ
ญี่ปุ่นควรยกระดับศักยภาพในการป้องกันตนเองเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากการเพิ่มความมั่นคงของจีนและจากขีปนาวุธและระเบิดนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ
กระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นจัดทำรายงานโดยเสนอว่า ญี่ปุ่นควรปรับนโยบายการป้องกันประเทศครั้งใหญ่เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการป้องกันภัยทางทะเลของกองกำลังป้องกันตนเอง และยกระดับการตรวจตราหมู่เกาะที่อยู่ห่างไกลซึ่งรวมถึงหมู่เกาะเซนกากุในทะเลจีนตะวันออกที่ถูกท้าทายความเป็นเจ้าของจากจีน
ในรายงานยังให้ความสำคัญกับพันธมิตรความมั่นคงระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่นขณะเดียวกันญี่ปุ่นต้องมีความรับผิดชอบในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงโดยรอบ นอกจากนี้ญี่ปุ่นต้องยกระดับความสามารถในการโจมตีด้วยขีปนาวุธทางอากาศ โดยรายงานฉบับนี้อ้างว่าเนื่องจากฝ่ายเกาหลีเหนือมีการพัฒนาขีปนาวุธและออกมาประกาศว่าจะมีการทิ้งขีปนาวุธของตน ทั้งนี้รัฐบาลของนายอาเบะจะใช้รายงานนี้เป็นฐานข้อมูลสำหรับแผนการดำเนินการระดับชาติซึ่งจะรวบรวมขึ้นในปลายปีนี้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นาย อิซึโนริ โอโนเดระ กล่าวว่า ญี่ปุ่นไม่ต้องการดำเนินนโยบายโจมตีก่อน (preemtive attacks) และจะไม่พิจารณาแผนการโจมตีศัตรูจนกว่าจะมั่นใจว่าญี่ปุ่นอยู่ภายใต้การโจมตี
ชัยชนะจากการเลือกตั้งสภาสูงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาถูกมองว่าเป็นเสมือนการรับรองการสนับสนุนนโยบายอาเบะโนมิกส์ รวมถึงการมีเป้าหมายระยะยาวต่อธรรมนูญเพื่อสันติภาพ
คณะผู้อภิปรายรัฐบาลกล่าวว่า ภายหลังจากการเลือกตั้งที่ทำให้อาเบะได้เข้ามาเป็นรัฐบาลเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รัฐบาลถูกคาดหวังให้สรุปรายงานว่าญี่ปุ่นจะสามารถอ้างสิทธิเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากประเทศอื่นได้หรือไม่เพื่อเป็นแนวทางในแผนการปฏิบัติงาน ซึ่งนักวิเคราะห์ทางการเมืองบางคนกล่าวว่า อาเบะจำเป็นต้องพิจารณาประเด็นนี้อย่างรอบคอบเพื่อรักษาเสียงสนับสนุนจากประชาชนให้อยู่ในระดับสูง
สำหรับโตเกียวแล้วหนึ่งในสิ่งที่ให้ความสนใจเป็นหลักคือจีน โดยกระทรวงกลาโหมได้ระบุไว้ในสมุดปกขาวว่า การกระทำทางทะเลของจีนนั้นอันตรายและอาจนำไปสู่เหตุที่ไม่ตั้งใจได้ เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างโตเกียวและปักกิ่งได้สูญเสียไปจากกรณีหมู่เกาะเซนกากุในทะเลจีนตะวันออก ขณะที่ปักกิ่งยังคงส่งเครื่องบินลาดตระเวนน่านน้ำใกล้หมู่เกาะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ญี่ปุ่นต้องเตรียมอุปกรณ์ในการตรวจจับสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ความมั่นคงของพื้นที่โดยรอบ
ทั้งนี้รายงานฉบับนี้ได้เสนอให้ สร้างความเข้มแข็งของกองกำลังป้องกันตนเองและพัฒนาความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีหน้าที่อื่นๆ เช่น กองทัพของสหรัฐ เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์หายนะซึ่งเป็นบทเรียนจากวิกฤตินิวเคลียร์โดยแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ นอกจากนี้ เพื่อป้องกันภัยคุกคามในโลกออนไลน์กระทรวงฯ จึงเรียกร้องให้สร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐ และบริษัทภาคเอกชนเพื่อให้มีความรู้และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าที่จำเป็น
------------------
This news was published on July 26, 2013.
Source: http://mainichi.jp/english/english/newsselect/news/20130726p2g00m0dm071000c.html
