การคลังของญี่ปุ่นแย่กว่าหลังสิ้นสุดสงคราม
ผู้เขียนบทความต้องการฉายให้เห็นสภาพทางการคลังของญี่ปุ่นที่มีความสูญเสีย โดยเทียบกับเหตุการณ์เดือนมีนาคม ค.ศ. 1945 ซึ่งเป็นครึ่งปีก่อนที่รัฐบาลที่ควบคุมโดยทหารของญี่ปุ่นจะยอมแพ้ อันเป็นผลให้โตเกียวต้องกู้ยืมเงินมาจ่ายค่าความเสียหายจากสงครามและธนาคารกลางต้องพิมพ์ธนบัตรเพื่อควบคุมภาวะเงินฝืดที่พุ่งสูงขึ้น ในปีค.ศ. 1945 สัดส่วนหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นคิดเป็นสัดส่วนถึง 204% ของ GDP มากกว่าครึ่งศตวรรษถัดมาญี่ปุ่นยังคงมีสัดส่วนของหนี้สาธารณะในระดับสูง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประเมินว่าสัดส่วนของหนี้สาธารณะต่อ GDP จะเพิ่มเป็น 227% ในปลายเดือนมีนาคมปีหน้า
จากตัวเลขดังกล่าวยังคงเป็นไปตามประวัติศาสตร์ในช่วงสิ้นสุดสงครามแปซิฟิคที่ทรัพยากรต่างๆ ถูกใช้ไปเพื่อสงคราม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่าสถานการณ์ดูจะเลวร้ายมากขึ้น ธนาคารกลางพยายามเข้ามาดูแลโดยช่วยแปลงให้เป็นหนี้สาธารณะตามกฎหมายภายใต้มาตรการทางการเงินแบบตึงตัวมากขึ้นตั้งแต่เมื่อเมษายนที่ผ่านมาเพื่อหยุดภาวะเงินฝืดที่ยาวนานกว่า15 ปี โดยธนาคารกลางได้เข้าซื้อพันธบัตรในตลาดจำนวนมากว่า 70% เพื่อช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาล
แต่ก็มีความวิตกกังวลจากฝ่ายนิติบัญัติ เจ้าหน้าที่รัฐบาล และนักนโยบายของธนาคารกลางว่าอาจทำให้สถานการณ์แย่ลงถ้ารัฐบาลไม่สามารถควบคุบการสร้างหนี้ของตนได้และธนาคารกลางยังคงมีการซื้อต่อไปเรื่อยๆ โดยคณะกรรมการของธนาคารกลางกล่าวว่าในสถานการณ์ในปัจจุบันจึงไม่ได้เป็นที่น่าพึงพอใจนักเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยระยะยาวยังอยู่ในระดับต่ำแต่ธนาคารกลางถือครองพันธบัตรของรัฐบาลจำนวนมาก
---------------------
Writer: TAKASHI NAKAMICHI
This news was published on November 29, 2013.
Source: http://blogs.wsj.com/japanrealtime/2013/11/29/japan-finances-worse-than-at-wars-end/
