ไอเอ็มเอฟเตือนญี่ปุ่นเกี่ยวกับการใช้นโยบายทางการเงินเป็นเครื่องค้ำจุนเศรษฐกิจ
ภายหลังการเข้ามาบริหารประเทศของนายอาเบะตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมาได้ดำเนินมาตรการทางการเงินที่ทำให้ทั้งเงินเยนอ่อนค่าและหนี้สาธารณะลดลง
แต่เนื่องจากธนาคารกลางได้เข้าซื้อพันธบัตรของรัฐบาลญี่ปุ่นจำนวนมากเพื่อเร่งให้รัฐบาลสามารถก่อหนี้ได้นั้น ทำให้เจ้าหน้าที่ของไอเอ็มเอฟออกโรงเตือนว่าแผนของนายอาเบะที่ต้องการฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านนโยบายทางการเงินนั้นควรได้รับการทบทวน เพราะนโยบายทางการเงินแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้มีศักยภาพเพียงพอที่จะรับมือต่อความเสี่ยงทางการคลังที่เพิ่มสูงขึ้นได้
ขณะที่การใช้จ่ายของภาคเอกชนซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญกลับเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม ทั้งประเทศยังเผชิญกับภาวะขาดดุลทางการค้า 15 เดือนต่อเนื่อง ไอเอ็มเอฟจึงระบุว่า การปฏิรูปเศรษฐกิจด้วยแรงผลักดันของตลาดจึงเป็นเรื่องยากสำหรับญี่ปุ่นที่เผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะงักงันมาเป็นระยะเวลายาวนาน
การลดกฏระเบียบทางการเกษตร การกระตุ้นการลงทุนจากต่างประเทศ การเพิ่มแรงจูงใจให้แก่แรงงาน และการผ่อนคลายกฏระเบียบการเข้าเมืองล้วนเป็นสิ่งที่ไอเอ็มเอฟให้การแนะนำ
ทั้งนี้อาเบะควรให้ความสนใจกับประเด็นที่สามของนโยบายอาเบะโนมิกส์ จากเดิมที่เน้นการดำเนินการตามประเด็นที่ 1 การผ่อนคลายมาตรการทางการเงิน และ 2 การกระตุ้นทางการคลัง ซึ่งมาตรการที่ 1 ปละ 2 นั้นค่อนข้างห่างไกลจากที่ ไอเอ็มเอฟและชุมชนภาคธุรกิจให้การแนะนำ
โดยรายงานของไอเอ็มเอฟเตือนว่ากระบวนการปฏิรูปทางโครงสร้างที่ไม่สมบูรณ์ในญี่ปุ่นจะนำไปสู่การเติบโตที่ล่าช้า และต้องการการอัดฉีดทางการคลังเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจเป็นการทำลายเงื่อนไขทางการคลังของญี่ปุ่นในอนาคต ซึ่งภายใต้ภาพจินตนาการว่าญี่ปุ่นมีกระบวนการปฏิรูปทางโครงสร้างที่ไม่สมบูรณนี้จะทำให้ญี่ปุ่นมีหนี้สาธารณะถึง 310% ของ GDP ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ 240% ของ GDP
ในทางกลับกันหากญี่ปุ่นสามารถดำเนินกระบวนการปฏิรูปทางโครงสร้างได้สมบูรณ์จะส่งผลให้มีการขยายตัวของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดภาระทางการคลัง และรักษาระดับหนี้สาธารณะให้อยู่ที่ประมาณ 250% ของ GDP
-------------------
Writer: Mitsuru Obe
This news was published on October 23, 2013.
Source: http://blogs.wsj.com/japanrealtime/2013/10/23/imf-warns-japan-about-using-monetary-policy-as-crutch/
