สำหรับอาเบะแล้ว ประเทศเพื่อนบ้านยังคงยากที่จะสร้างมิตรภาพ
ตั้งแต่การเข้ามาเป็นรัฐบาลในเดือนธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีอาเบะ ชินโซ ได้ดำเนินนโยบายการฑูตเชิงยุทธศาสตร์ในสองแนวทางคือ หนึ่ง หลีกเลี่ยงการประณีประนอมในประเด็นที่เกี่ยวกับอำนาจอธิปไตยหรือประวัติศาสตร์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของญี่ปุ่นกับจีนและเกาหลีใต้ ทำให้นโยบายต่างประเทศในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาของอาเบะ ดูเหมือนว่าจะมีเป้าหมายเพื่อสกัดกั้นจีน (containing China)
และสอง อาเบะดำเนินการสำรวจโดยการเดินทางไปต่างประเทศอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งแต่เดิมนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเดินทางไปต่างประเทศและมีบทบาทเพียงเล็กน้อยในเวทีระหว่างประเทศเนื่องจากต้องคอยจัดการกับรัฐสภา (the National Diet) ขณะที่อาเบะสามารถดำเนินกิจกรรมทางการฑูตในเชิงยุทธศาสตร์บ่อยครั้งยิ่งขึ้นโดยเฉพาะตั้งแต่ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งสภาสูงในเดือนกรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมา
ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงต่างประเทศคาดการณ์ว่าจะมีการพบปะกันระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของญี่ปุ่นกับรัฐมนตรีจากจีนและเกาหลีใต้ในการประชุม ASEAN-ARF ที่จัดขึ้นที่ประเทศบรูไนเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน -1 กรกฎาคม โดยหวังว่าจะนำไปสู่การพบกันระหว่างนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น จีนและเกาหลีใต้ ในการประชุม G20 ที่จัดขึ้นในวันที่ 5-6 กันยายน 2556
ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ได้พูดคุยกันในการประชุม ASEAN-ARF จึงคาดว่าจะมีความสัมพันธ์ที่คืบหน้าต่อไป ขณะที่ยังไม่มีการพูดคุยกับจีนในการประชุมที่ผ่านมาอย่างเป็นทางการ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศยังคงเย็นชา และประชาชนของทั้งสองประเทศยังคงอยู่ในบรรยากาศของความรู้สึกต่อต้านกัน ดังนั้นจึงไม่มีหวังมากนักสำหรับการพูดคุยกันระหว่างนายกรัฐมนตรีอาเบะและประธานาธิบดี สี จิน ผิง ของจีนในการประชุม G20 ที่กำลังจะมีขึ้น
นายสีเผชิญกับปัญหาทางสังคมในประเทศจำนวนมาก ทั้งการบริหารภายในรัฐบาลยังไม่เข้มแข็ง ทั้งยังถูกกดดันให้จัดการกับความคิดเห็นของประชาชนซึ่งสามารถแผ่ขยายออกไปตามความนิยมและแพร่กระจายในวงกว้างผ่านโลกอินเทอร์เน็ต ดังนั้นจึงยากที่จะจินตนาการได้ว่า ตำแหน่งของจีนที่มีความนุ่มนวลแต่ต้องการเรียกร้องหมู่เกาะเซนกากุนั้นเป็นเช่นไรและยังคงมีการรุกเข้าอาณาเขตทางทะเลของญี่ปุ่นบ่อยครั้ง
ขณะที่อาเบะยังคงกล่าวอ้างซ้ำๆ ว่า ประตูของญี่ปุ่นเปิดต้อนรับการเจรจาของจีนเสมอแต่ก็ปฏิเสธการยอมรับในเงื่อนไขการประชุมแบบทวิภาคีที่เสนอโดยจีน
สำหรับความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ เนื่องจากผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของญี่ปุ่นไปเยือนเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 11-12 กรกฎาคมที่ผ่านมา จึงคาดว่าจะมีการประชุมระหว่างนายอาเบะและประธานาธิบดีปาร์ค กึนเฮ ในการประชุม G20 ที่จะมีขึ้นในเดือนกันยายนนี้ อย่างไรก็ตามประธานาธิบดีปาร์คยังคงมีการวิพากษ์วิจารณ์ญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่องต่อกรณีการกระทำของทหารญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่สองและอำนาจอธิปไตยของเกาหลีใต้เหนือหมู่เกาะทาเคชิมา เราจึงยังไม่ควรมองในแง่บวกมากเกินไปสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
ในการประชุมร่วมกันในดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผู้นำของสหรัฐ และจีนเห็นชอบร่วมกันว่าเกาหลีเหนือต้องลดการพัฒนานิวเคลียร์ และตั้งแต่ที่จีนมีการแสดงบทบาททางการฑูตอย่างกระตืนรือล้น ทั้งยังมีการเปิดการเจรจาระหว่างเปียงยางและโซลอีกครั้งเพื่อเปิดนิคมอุตสาหกรรมแกซอง (Kaesong industrial complex) จึงคาดการณ์ว่าจะนำไปสู่การพูดคุยโดยตรงระหว่างวอชิงตันกับเปียงยาง และจะสามารถจัดประชุมหกฝ่ายเพื่อลดกระบวนการพัฒนานิวเคลียร์ของเกาหลีได้อีกครั้ง
นาย ลิจิมา ไอซาโอะ ที่ปรึกษาพิเศษของคณะรัฐมนตรีของนายอาเบะได้เดินทางเยือนกรุงเปียงยางเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กล่าวว่า ความหวังที่จะกลับมาเริ่มกระบวนการแก้ปัญหาในประเด็นการลักพาตัวชาวญี่ปุ่นโดยเกาหลีเหนือนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงอุบายของเกาหลีเหนือที่ต้องการแสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือได้พัฒนาสู่ขั้นตอนของการเจรจา แต่บางทีอาจจะไม่นำไปสู่ขั้นตอนการเจรจาระหว่างกันก็เป็นได้หากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ยังไม่มีการปรองดองในลักษณะของทวิภาคี เพื่อให้โตเกียว โซล และวอชิงตันสามารถแสดงบทบาทในทิศทางเดียวกันเมื่อต้องมีการเจรจากับเปียงยาง
ท่ามกลางสถานการณ์ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน การบริการงานในเวทีระหว่างประเทศของนายอาเบะยังรวมถึง การผลักดันข้อตกลงในการเจรจา TPP ซึ่งจะเป็นเขคเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดซึ่งนำโดยสหรัฐอเมริกา สำหรับการเผชิญหน้าด้านความมั่นคงการบริหารงานของรัฐบาลมุ่งเรียกร้องสิทธิของการป้องกันตนเองร่วมกันเพื่อให้มีความร่วมมือย่างใกล้ชิดกับสหรัฐ นอกจากนี้รัฐบาลคาดว่าจะสามารถบังคับใช้ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติฉบับแรกและแนวทางของโครงการความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งจะสามารถประกาศได้ภายในปลายปีนี้
นอกเหนือจากเหตุการณ์ในเวทีระหว่างประเทศดังกล่าว ญี่ปุ่นกำลังเฝ้ารอการประกาศผลการเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันโอลิมปิกปี 2020 ในวันที่ 7 กันยายนซึ่งภายหลังการประชุม G20 เพียง 1 วัน ถ้าโตเกียวได้รับการคัดเลือกจาก IOC จะเป็นการบันทึกในเวทีระหว่างประเทศครั้งสำคัญของญี่ปุ่น และความนิยมในตัวอาเบะจะเพิ่มสูงขึ้น และนายกรัฐมนตรีเล็งเห็นว่าโอลิมปิกจะเป็นจุดสำคัญที่จะกระตุ้นนโยบายอาเบะโนมิกส์ให้ประสบความสำเร็จได้
---------------------
Writer: Suzuki Yoshikatsu
This news was published on September 2, 2013
