NEWS ニュース

ครอบครัวญี่ปุ่นชั่วพริบตาของการเปลี่ยนแปลง?

3,450 views

 

สถาบันการแต่งงานของญี่ปุ่นดูเหมือนว่าไม่ต้องการเผชิญกับสายลมของการเปลี่ยนแปลงเช่นในประเทศที่พัฒนาแล้วทางเศรษฐกิจประเทศอื่นๆ โดยจะเห็นได้จากปัจจุบันภายใต้กฎหมายของญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้มีการแต่งงานของเพศเดียวกัน และไม่อนุญาตให้สามีและภรรยาที่แต่งงานกันแล้วใช้นาสกุลที่แตกต่างกัน 

แต่ศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยมูซาชิกล่าวว่ากำลังมีสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีงานวิจัย และรับรู้โดยทั่วไปว่ามีการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน แต่ตัวอย่างเช่นความคิดเกี่ยวกับการแต่งงานของเกย์ยังคงเป็นความคิดที่แปลกประหลาดมากในญี่ปุ่น

สาเหตุหนึ่งของการมีอัตราการเกิดที่ลดลงของญี่ปุ่น

ในญี่ปุ่นครอบครัวเป็นสถาบันที่ได้รับการป้องป้อง การแต่งงานของเกย์จึงไม่ได้รับอนุญาต กฎหมายยังห้ามมิให้ชายหญิงที่สมรสกันใช้นามสกุลที่แตกต่างกัน และเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ศาลแขวงโตเกียวยังได้ยกฟ้องคดีที่ท้าทายการเปลี่ยนแปลงบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว

ในญี่ปุ่นมีเด็กที่เกิดมาเพียง 2% เท่านั้นที่อยู่ในภาวะนอกสมรส ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศฝรั่งเศสและกลุ่มประเทศยุโรปเหนือที่มีเด็กที่เกิดนอกสมรสมากกว่า 50% หรือสหรัฐอเมริกามีเด็กที่เกิดนอกสมรสประมาณ 40% ทั้งนี้ตามกฎหมายแพ่งของญี่ปุ่นเด็กที่เกิดนอกสมรสจะมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งมรดกเพียงครึ่งหนึ่งของทรัพย์สินที่เด็กที่เกิดในสมรสได้รับ

นอกจากนี่อัตราการเกิดที่ลดลงยังเป็นประเด็นทางสังคมที่สำคัญ ย้อนกลับไปในทศวรรษที่ 1980 ประโยคที่ว่า “double-income, no-kids (DINKs)” ถูกนำมาใช้อย่างไม่เป็นทางการ จึงทำให้ในความเป็นจริงแล้วคู่แต่งงานของญี่ปุ่นน้อยมากที่จะมีลูกก่อนแต่งงาน ความคิดที่ว่าสนุกกับการมีชีวิตอย่างเรียบง่ายระหว่างสามีภรรยาไม่เคยถูกนำมาใช้ในครอบครัวของญี่ปุ่น ในทางกลับกันการแต่งงานกลับถูกมองเป็นการถูกริดรอนเสรีภาพของบุคคลการมีลูกจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของการแต่งงาน จึงพบว่า 1 ใน 4 ของการแต่งงานในญี่ปุ่นเป็นผลมาจากการตั้งครรภ์ก่อนแต่งงาน และดูเหมือนว่าคู่หมั้นส่วนมากในญี่ปุ่นใช้การมีลูกเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการเข้าสู่พิธีแต่งงาน

รัฐบาลขาดความกระตือรือร้นในการดูแลเด็ก

รัฐบาลให้ความสนใจเพียงเล็กน้อยถึงความจำเป็นในการดูแลเด็ก ภาวะครอบครัวของญี่ปุ่นกำลังมีลักษณะเปลี่ยนไปจากเดิมที่สามีเป็นผู้หารายได้ส่วนภรรยาเป็นแม่บ้านสู่รูปแบบครอบครัวยุคใหม่ที่สามีภรรยาช่วยกันหารายได้ให้แก่ครอบครัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไปผู้หญิงจึงถูกบังคับให้ทำงานนอกบ้านมากขึ้น 

จำนวนเด็กในสถานรับเลี้ยงเด็กและในโรงเรียนเริ่มลดต่ำลง อัตราการเกิดที่ลดลงทุกๆปี ขณะที่สังคมต้องการให้มีการเพิ่มอัตราการเกิด แต่ก็ไม่มีผลอะไรมากนักเพราะภายหลังการให้กำเนิดหรือแม้กระทั่งระหว่างตั้งครรภ์ผู้หญิงต้องต่อสู้ด้วยตัวเองเพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยในศูนย์รับเลี้ยงเด็ก

การดูถูกข้อเสนอของอาเบะ

การตระหนักในความยากลำบากของการจัดบริการสถานดูแลเด็กอย่างเหมาะสมและความตึงเครียดในการสร้างความสมดุลของความต้องการทำงานกับความจำเป็นของครอบครัว ผู้หญิงจำนวนหนึ่งในญี่ปุ่นกำลังต่อสู้อยู่กับการมีรายได้จากทั้งสามีและภรรยาหรือการคาดหวังว่าจะมีลูก หรือสำหรับคนที่มีลูกแล้วก็จะเจอกับประสบการณ์ที่เหนื่อยมากและหมดกำลังใจที่จะมีลูกเพิ่มขึ้น

รัฐบาลปัจจุบันของญี่ปุ่นที่นำโดยนายอาเบะ ได้เสนอการสนับสนุนด้านการศึกษาแก่เด็กอายุสามปีขึ้นไป และเสนอระบบสวัสดิการที่อนุญาตให้ลูกจ้างสามารถลาไปดูแลบุตรได้สามปีเพื่อให้พ่อแม่สามารถใช้เวลาอยู่กับลูกให้มากที่สุดในช่วงปีแรก แต่การจัดการดังกล่าวถูกกล่าวหาว่าทำให้เห็นถึงความไม่จำเป็นที่จะสนับสนุนสถานดูแลเด็กทารกทั้งยังสร้างผลกระทบต่อการใช้จ่ายงบประมาณ 

อย่างไรก็ตามภายหลังจากการลาไปเลี้ยงดูบุตรเป็นระยเวลานานลูกจ้างจะสามารถกลับมาทำงานเดิมได้หรือไม่ อะไรจะเกิดขึ้นถ้าคนที่ไม่มีรายได้จะไม่ลาไปดูแลบุตรหลังคลอดแต่ต้องการกลับมาทำงานให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ภายหลังจากคลอดบุตร คำถามเหล่านี้นำมาซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของรัฐบาลอาเบะ

ทัศนคติที่เปลี่ยนแปลงไปต่อการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว

ภายหลังจากมีการนำเสนอภาพของนักเล่นสเก็ต Andō Miki ซึ่งมีลูกนอกสมรส ก็ได้กลายเป็นประเด็นในการวิพากษ์วิจารณ์ทางทีวี หนังสือพิมพ์ และในนิตยสาร สมาคมนักสเก็ตของญี่ปุ่นยังได้รับการต่อว่าว่าควรจะมีการให้การศึกษาเรื่องเพศแก่นักกีฬาอย่างเพียงพอ ทั้งกระแสสังคมยังวิพากษ์วิจารณ์ถึงสิ่งที่สามีควรทำ และยังอยากรู้ว่าใครเป็นพ่อของเด็ก

จากกรณีดังกล่าวจึงสะท้อนความเห็นในเชิงลบของสังคมญี่ปุ่นต่อเหตุการณ์ที่ผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานมีบุตร

การเปลี่ยนแปลงอย่างถึงแก่นกำลังมาถึงญี่ปุ่นหรือ?

เป็นเรื่องจริงที่ทัศนคติกำลังเปลี่ยนแปลง ถึงอย่างไรก็ตามครอบครัวยังคงมีอำนาจมากและยังเป็นสถาบันที่ไม่ยืดหยุ่นในญี่ปุ่น แต่เมื่อใดก็ตามที่ประชาชนออกจากความเคร่งครัดของสถาบัน และเริ่มอาศัยอยู่ด้วยกัน และมีบุตรนอกสมรส สถาบันครอบครัวของญี่ปุ่นจึงจะเปลี่ยนแปลงในพริบตา

 

-------------------------

Writer: Senda Yuki

This news was published on 10 October, 2013.

Source: http://www.nippon.com/en/currents/d0009

Login