NEWS ニュース

การผงาดขึ้นมาของจีนในการยกระดับเศรษฐกิจโลก: ความแตกต่างระหว่างมุมมองของเอเชียตะวันออกและมุมมองระดับโลก

2,880 views

บทความนี้ต้องการนำเสนอการดำเนินการยกระดับเศรษฐกิจระดับโลกกับการขึ้นมาของจีน พบว่า

 

ประการแรก มีการเปลี่ยนแปลงส่วนแบ่งของบางประเทศมหาอำนาจและบางกลุ่มประเทศในเศรษฐกิจโลกตั้งแต่ ค.ศ. 1990 ถึงประมาณการในปี ค.ศ. 2018 (ดังตาราง) กล่าวคือ ส่วนแบ่งของประเทศเอเชียที่กำลังพัฒนามีสัดส่วนในเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้น ขณะที่ญี่ปุ่นมีส่วนแบ่งในเศรษฐกิจโลกลดลงจากร้อยละ 13.9% ในปี 1990 สู่ 14.5% ในปี 2000 และลดลงอย่างมากเหลือส่วนแบ่งเพียง 8.6% ในปี 2010 ทั้งนี้คาดว่าจะลดลงเหลือ 6.1% ในปี 2018

 

ทั้งนี้มีลักษณะที่น่าสนใจคือ (1) มีการลดลงของส่วนแบ่งของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้าเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนา กับการเปลี่ยนแปลงของระเบียบทางการเมืองและเศรษฐกิจของโลก มุมมองนี้สะท้อนภาพการพัฒนาของกลุ่มประเทศ BRICs และกลุ่ม G-Zero world ส่งผลให้การสร้างระเบียบโลกใหม่เพื่อสนองตอบต่อการขึ้นมาของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่จะเป็นประเด็นสำคัญในระดับโลก

(2) จากกรณีการลดลงของส่วนแบ่งของสหรัฐและการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของส่วนแบ่งของจีน กับคำกล่าวของ Zhou Enlai ที่รายงานต่อ Henry Kissinger ในทศวรรษที่ 1970 ที่อ้างถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจของญี่ปุ่นว่านำไปสู่การขยายตัวของกองทัพอย่างเลี่ยงไม่ได้แล้วนั้น หากในระยะเวลาอันใกล้นี้จีนยังคงขยายตัวอย่างรวดเร็วด้วยส่วนประกอบของการเติบโตทางเศรษฐกิจ การเพิ่มขึ้นของศักยภาพทางการทหาร และการขยายอิทธิพลทางการเมืองแล้ว คาดว่าในทศวรรษที่ 2020 จีนจะสามารถมีอำนาจในระดับที่ทัดเทียมกับสหรัฐฯ 

มุมมองต่อระดับของภัยคุกคามขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ตั้งของผู้สังเกต กล่าวคือ ในเอเชียตะวันออก สำหรับการเปลี่ยนแปลงตามปกติแล้วความรู้สึกว่าเข้าใจการขึ้นมาของจีนค่อยๆ เพิ่มขึ้น ประกอบกับส่วนแบ่งทางเศรษฐกิจของจีนในเอเชียตะวันออก (ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ประเทศ ASEAN และอินเดีย) เพิ่มขึ้นและคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 51% ในปี 2018 โดยขนาด GDP ของประเทศได้แสดงให้เห็นถึงอำนาจชี้นำของประเทศนั้นๆ อีกทั้งจากข้อเท็จจริงพบว่าจีนจะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกในเร็วๆนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ส่วนอื่นๆของโลกกำลังจับตาดูการขึ้นมาของจีน และจัดการกับประเด็นสำคัญเกี่ยวกับทิศทางทางเศรษฐกิจและการเมืองในภูมิภาคมากกว่าการคำนึงถึงการขึ้นมาของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ 

อย่างไรก็ตามสำหรับในมุมมองระดับโลกดูเหมือนว่าการขึ้นมาของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่จะสามารถสร้างความสนใจในฐานะที่เป็นประเด็นที่มีความสัมพันธ์ต่อการออกแบบระเบียบโลกสำหรับในระยะเวลาอันใกล้ 

อย่างไรก็ตามการตอบสนองต่อการขึ้นมาของจีนนั้นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าหลังสงครามโลกครั้งที่สองสหรัฐฯสร้างอารยธรรมของศตวรรษที่20 ภายใต้การนำของตนซึ่งต่างกับอารยธรรมก่อนหน้าที่สร้างขึ้นในระบบการถ่วงดุลอำนาจ การใช้มาตรฐานทองคำระหว่างประเทศ เศรษฐกิจแบบตลาดที่กำกับตนเอง และรัฐเสรีนิยม ขณะที่อารยธรรมใหม่สร้างขึ้นด้วยการนำของสหรัฐฯ มาตรฐานเงินดอลล่าสหรัฐฯ เศรษฐกิจระบบตลาด และรัฐประชาธิปไตยเสรีนิยม

ภายหลังการปฏิรูปและเปิดประเทศในปี 1978 จีนยกระดับเศรษฐกิจจากเศรษฐกิจสังคมนิยมแบบควบคุมสั่งการมาเป็นเศรษฐกิจสังคมนิยมแบบตลาดแต่ยังคงรักษาระบบการเมืองที่ปกครองแบบพรรคเดียว แนวทางของเติ้ง เสี่ยว ผิง ได้นำพาประเทศจีนให้เติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว มีศักยภาพทางการทหารที่แข็งแกร่ง และขยายอิทธิพลทางการเมือง

ตราบใดที่ส่วนแบ่งทางเศรษฐกิจในระดับโลกของจีนยังคงมีสัดส่วนน้อยการขึ้นมาของจีนก็ดูไม่เป็นปัญหาเท่าใดนัก แต่ปัจจุบันจีนมีส่วนแบ่งทางเศรษฐกิจประมาณ10% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 20% ถ้าจีนยังคงเสริมสร้างสมรรถนะทางการทหารและแสวงหาอิทธิพลทางการเมือง พร้อมๆกับการเพิ่มขึ้นของขนาดเศรษฐกิจ จะทำให้จำนวนประเทศที่เห็นว่าจีนเป็นภัยคุกคามเพิ่มมากขึ้น

แล้วญี่ปุ่นควรต้องสนองตอบต่อความท้าทายในระดับโลกและภูมิภาคนี้อย่างไรนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือ การรักษาดุลแห่งอำนาจในเอเชียตะวันออกและภูมิภาคแปซิฟิก ควบคู่ไปกับการส่งเสริมกติการะหว่างประเทศของศตวรรษที่ 21 เพื่อเป้าหมายนี้ญี่ปุ่นต้องฟื้นคืนเศรษฐกิจ สร้างความแข็งแกร่งกับพันธมิตรเช่นสหรัฐฯด้านการพูตและความมั่นคง ให้ความสำคัญกับยุทศศษสตร์ทางการเมืองและสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับพันธมิตรอื่นๆ 

ในปีที่ผ่านมา นายอาเบะได้พยายามอย่างมากและกระทำในสิ่งที่จำเป็นที่จะไปให้ถึงเป้าหมายนี้ แต่สิ่งที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้นเมื่อนายอาเบะตัดสินใจเยือนศาลเจ้ายาสุกุนิ ที่ทำให้จีนและเกาหลีใต้วิพากษ์วิจารณ์การกระทำของอาเบะเป็นอย่างมาก การกระทำดังกล่าวไม่ได้ช่วยเสริมสร้างประโยชน์ให้แก่ญี่ปุ่น สิ่งที่ญี่ปุ่นควรจะทำก็คือ สนับสนุนเศรษฐกิจระบบตลาดและเสริประชาธิปไตย ทั้งส่งเสริมให้สหรัฐฯ เป็นผู้นำในระเบียบทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศต่อไป

------------------

Writer: Shiraishi Takashi

Originally written in Japanese on January 6, 2014.

This news was published on 20 January 2014.

Source: http://www.nippon.com/en/editor/f00025/

Login