อาเบะโนมิกส์และยุทธศาสตร์การเติบโตใหม่ของรัฐบาล
การประชุมสภาเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา นายอาเบะผ่านวาระให้สภานิติบัญญัติสนับสนุนยุทธศาสตร์การเติบโตฉบับใหม่ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันทางด้านอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นมาตรการสำคัญสำหรับความสำเร็จในนโยบายอาเบะโนมิกส์ และส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ดังกล่าว คือ การอนุมัติให้มีการลดอัตราภาษีการลงทุนให้ต่ำลง รวมถึงยังเสนอวาระเกี่ยวกับการริเริ่มกลไกความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่กับสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา
จุดเด่นของยุทธศาสตร์การเติบโตใหม่ของรัฐบาลได้แก่
มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของญี่ปุ่นผ่านมาตรการผ่อนคลายทางการเงินมากขึ้น มีการกระตุ้นด้วยมาตรการทางการคลังแบบยืดหยุ่นและดำเนินยุทศาสตร์การเติบโตเพื่อกระตุ้นการลงทุนจากภาคเอกชน โดยเชื่อวว่าจะช่วยให้ภาวะเศรษฐกืจสามารถฟื้นตัวจากภาวะเงินฝืด และมีอัตราการเติบโตของ GDP อยู่ที่ 3% ในอีก 10 ปีข้างหน้า
การฟื้นฟูภาคเอกชน โดยกระตุ้นการเติบโตของภาคเอกชนด้วยการลดภาษีการลงทุน โดยเชื่อว่าจะมีเงินทุนไหลเข้ามากว่า 70 ล้านล้านเยน ใน 3 ปี รวมทั้งลดเงื่อนไขสำหรับการลงทุนจากคู่ค้าต่างประเทศ เพิ่มจำนวน SMEs และขยายการลงทุนของบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นไปยังต่างประเทศใน 5 ปี
ปรับสภาพแวดล้อมการลงทุนโดยตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ รวมถึงทบทวนระเบียบเพื่อเปิดโอกาสให้แพทย์ต่างชาติสามารถเข้ามาทำงานในญี่ปุ่นได้ และกระตุ้นการเป็นตลาดการเงินและทุนอันดับ 1 ของเอเชีย
ส่งเสริมด้านการค้าและเศรษฐกิจโลกาภิวัฒน์ โดยเพิ่มอัตราส่วนการเปิดเสรีทางการค้า (FTA) ให้เป็น 70% ในปี 2018 ลงทุนเพื่อพัฒนาสาธารณูปโภคสำหรับภาครัฐและเอกชน ส่งเสริมการขายคอนเทนท์และการออกอากาศเกี่ยวกับ Cool Japan ของญี่ปุ่นไปยังต่างประเทศ รวมถึงเพิ่มอัตรานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมายังญี่ปุ่นให้เป็น 30 ล้านคนในปี 2030
ส่งเสริมการส่งออกสินค้าด้านการเกษตร ป่าไม้ และการประมง รวมทั้งเพิ่มรายได้ของประชาชนที่ประกอบอาชีพดังกล่าวให้เป็นสองเท่าในอีกสิบปีข้างหน้า
ด้านการจ้างงาน ลดอัตราการว่างงาน ส่งเสริมการทำงานของผู้หญิง พัฒนาอันดับมหาวิทยาลัยในระดับโลก และส่งเสริมการแข่งขันด้านทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
ด้านพลังงาน พัฒนาอุตสาหกรรมด้านพลังงาน ปฏิรูประบบการสำรองพลังงาน ส่งเสริมการใช้พลังงานแบบหมุนเวียน และพัฒนาการค้าของทรัพยากรทางทะเลที่สามารถเป็นแหล่งพลังงานได้ในอนาคต
ส่งเสริมด้านสุขภาพและการแพทย์ โดยขยายตลาดด้านสุขภาพและการแพทย์แบบป้องกัน ก่อตั้งสถาบันด้านสุขภาพแห่งชาติ รวมถึงยกระดับข้อห้ามสำหรับการขายสินค้าด้านสุขภาพแบบออนไลน์
--------------------
This news was published on 2013, October 28.
